Smart Working

แนวคิดการทำงานร่วมกัน



คนเราอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเป็นสังคม ย่อมต้องมีความสัมพันธ์ที่สอดคล้องกัน นั่นคือการอยู่ร่วมกันแบบต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง โดยที่มีความสอดคล้องกัน เพื่อมิให้มีปัญหาติดขัดในการทำงาน ดังนั้นจึงเรียกการทำงานแบบนี้ว่าเป็นการทำงานที่เป็น “ทีม”
คำว่าทำงานเป็นทีม มิได้หมายถึงการทำงานที่ไม่มีความขัดแย้งกันเลย อาจจะมีบ้าง แต่ก็มีการปรึกษาแก้ปัญหาต่อกัน โดยที่เมื่อสรุปตัดสินปัญหานั้นหมดไปแล้วก็จะจบลงบนโต๊ะตรงนั้น จะไม่นำมาต่อกันข้างนอกอีก เพราะถือว่าทุกคนส่วนใหญ่เห็นด้วยกันหมด ถึงแม้ว่าตัวเราเองจะไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่ถ้าส่วนใหญ่เห็นด้วยแล้วก็แสดงว่า ทุกคนได้มองภาพตรงนั้นเป็นมุมเดียวกันหมดแล้ว ตัวอย่างเช่น
ในการประชุมร่วมกันเพื่อวางแผนทางการตลาดนั้น ผู้จัดการฝ่ายการตลาดได้ขอความเห็นจากที่ประชุม โดยให้ลูกน้องแต่ละคนได้เสนอแผนการทำการตลาด ซึ่งในที่ประชุมได้เสนอแนวคิดต่าง ๆ กันออกไป ถือได้ว่ามีความคิดที่สร้างสรรค์กันออกไป แต่เมื่อสุดท้ายในที่ประชุมสรุปแนวทางได้แล้ว โดยอาจจะมีการนำความคิดของแต่ละคนมาผสมรวมกัน จะทำให้สามารถอุดช่องว่างต่าง ๆ ได้ แล้วในที่ประชุมได้โหวตให้ความเห็นชอบเหมือนกันแล้ว ถือได้ว่าสิ้นสุดบนโต๊ะนั้นแล้ว
แต่ในบางครั้ง ... อาจจะบ่อยครั้งก็ได้ ที่เคยพบเห็นการทำงานของหลาย ๆ แห่ง ที่ผู้มีอำนาจไม่ยอมฟังความคิดเห็นจากลูกน้อง โดยที่อาจจะทำเป็นเปิดโอกาสได้หลายคนได้เสนอแนวทางออกมาแต่ในใจนั้นตัวเองได้สรุปไว้แล้วว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป
แต่ที่ทำออกมานั้นเพื่อสร้างภาพของตัวเองให้ทุกคนได้รู้ว่า “ฉันก็เป็นประชาธิปไตยนะ ที่ได้ให้โอกาสพวกท่านได้แสดงความคิดเห็น” แต่หารู้ไม่ว่า ผลสรุปก็คือต้องทำตามความคิดฉัน นั่นก็ไม่ต่างจากคำว่า “เผด็จการ” นั่นเอง ถ้าหากเป็นเช่นนี้แล้ว จะมีการประชุมเพื่อระดมความคิดที่จะทำงานให้เป็นทีมไปทำไมล่ะ ก็ในเมื่อผลสรุปนั้นได้ออกมาตั้งแต่ยังไม่เกิดการประชุมเลย
ในลักษณะเช่นนี้ ให้ทำเป็นจดหมายหรือไม่เป็นคำสั่งออกมาเลยจะดีกว่า ว่าให้ทำตามแนวทางดังต่อไปนี้ แล้วก็ไล่รายการลงมาเป็นข้อ ๆ เพื่อให้ทุกคนนำไปเป็นคู่มือเพื่อนำไปปฏิบัติต่อไป
อันนี้ไม่ได้ว่ากล่าวประชดประชันผู้ใด เพียงแต่ถ้าหากคิดว่าแนวทางที่ตัวเองคิดว่าต้องดำเนินไปตามนั้นแล้ว สู้ออกเป็นคำสั่งออกมาเลยจะดีกว่า อย่ามานั่งประชุมเพื่อระดมสมองให้เสียเวลาอันมีค่าที่จะต้องไปทำอย่างอื่นต่อไปเลย เพราะนั่นอาจจะเป็นสาเหตุให้ลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงาน เกิดความคิดไม่ยอมรับตัวเราได้
ถ้าเป็นแบบนี้แล้วจะทำให้การทำงานร่วมกันนั้นไม่ประสบความสำเร็จก็ได้ หรือไม่อาจจะเป็นจุดอ่อนให้คู่แข่งได้ใช้โอกาสความขัดแย้งภายในของเรามาโจมตีเราได้ ซึ่งถือว่าไม่เป็นผลดีเลย จะทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจได้ บางองค์กรถึงขนาดยุบไปเลยก็ได้เช่นกัน จะเห็นได้จากหลาย ๆ องค์กรที่มีการเกิด และการล้มหายตายจากไปจากระบบธุรกิจในประเทศ โดยเฉพาะ ธุรกิจที่มีผู้มีอำนาจเต็มแต่เพียงผู้เดียวนั้นแล้ว
จะพบว่า มีผู้บริหารระดับสูงน้อยคนนัก ที่จะไว้วางใจให้ทีมงานได้ดำเนินงานไปพร้อม ๆ กันมีการประสานงานกันที่ชัดเจน ถ้าจะสังเกตให้ดี จะเห็นว่าบริษัทใด ๆ ที่ยอมปล่อยให้มีนักบริหารมืออาชีพได้มีโอกาสแสดงฝีมือแล้ว ผู้บริหารของบริษัทนั้น ๆ จะกลายเป็นเครื่องหมายทางการค้าหรือ เป็นภาพอีกภาพหนึ่งของบริษัทนั้น ๆ ไปเลยทีเดียว
การที่จะทำให้องค์กรใด ๆ เดินได้ด้วยตัวของมันเองได้แล้ว ไม่ใช่ว่าจะขึ้นอยู่กับคนเพียงคนเดียวเท่านั้น อย่างที่ได้ยกตัวอย่างมาข้างต้น จากการร่วมระดมสมองในการทำงานร่วมกันนั้น ผลที่ได้นอกจากจะทำให้งานดำเนินการไปได้ด้วยดีแล้ว จะทำให้เกิดความภาคภูมิใจของทีมงานที่ได้สร้างผลงานร่วมกันและประสบความสำเร็จอย่างดี และจะทำให้ ผู้ปฏิบัติงานรู้สึกรักในองค์กรของตัวเองมากขึ้น มันเหมือนเป็นความผูกพันอย่างหนึ่ง ซึ่งจะหาซื้อมามิได้เลย นอกจากความจริงใจที่องค์กรมอบให้

[ Experience Training ] [ Working Story ] [ Speaker Profile ] [ Course ] [ Client ]

ข้อความ และภาพ ในเวบไซท์นี้ เป็นลิขสิทธิ์ของ บริษัท สมาร์ท ทู เวิร์ค จำกัด
เรายินดีให้นำไปเผยแพร่ได้โดยการอ้างอิงที่มา และไม่ใช่เพื่อการค้า

ผลิตโดย บริษัท สมาร์ท ทู เวิร์ค จำกัด
139/14 ซอยโชคชัย 4 ถนนลาดพร้าว แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
โทร. 0-2933-4317-8 แฟ็กซ์ 0-2933-4316 E-mail : sawasdee@smart2work.net